วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พาลูกไปเรียนเปียโน ที่สถาบันดนตรี คุณจะเจออะไร???



โดย พ่อน้องเพลิน

การเรียนดนตรีมีครูดีเป็นลาภอันประเสริฐ มีคำถามว่า ไปเรียนกับครูที่สอนตามบ้านดีไหม ถ้าเข้าเกณฑ์นี้ไปเลยนะครับ 1. ใกล้บ้าน 2. สภาวะแวดล้อมในบ้านของครูเอื้อกับการเรียน เช่น ครูไม่มีลูกอ่อน คนในครอบครัวครูไม่มายุ่มย่าม หรือ มีกิจการอื่นภายในบ้านอยู่แล้ว เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ 3.ค่าเรียนไม่แพงเวอร์ 4. ครูเก่ง และสอนถูกหลักการ มีประสบการณ์มายาวนาน ถ้าได้อย่างนี้ก็เอาเลยครับ

แต่ถ้าไม่เจอทั้งครูที่รับมาสอนที่บ้าน ไม่อยากได้ครูสอนที่บ้านครูเอง ก็ต้องพึ่งพาโรงเรียนสอนดนตรีทั่วไปแล้วครับ แล้วจะเลือกยังไงดี มาเลยครับตามผมมา

ประการแรกผมจะถามก่อนเสมอว่า คุณติดแบรนด์หรือเปล่า??? ถ้าใช่ไปโรงเรียนที่มีแบรนด์เลย โรงเรียนเขามีอยู่ทุกจุดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ตามห้าง หรือว่าตามหัวมุมถนนต่างๆ ถามว่าใช้ได้ไหม ผมเล่ารายละเอียดให้ฟังดีกว่า

โรงเรียนแบรนด์พวกนี้เน้นขายแฟรนไชส์เป็นหลัก ยิ่งโรงเรียนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหวังผลการขายสินค้าเครื่องดนตรีแบรนด์เขาด้วยยิ่งเข้าทาง เพราะยิ่งเปิดมาก ยิ่งเป็นการโปรโมทเครื่องดนตรีของเขามากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ เขามีสิทธิ์ทำและยังสามารถทำโรงเรียนดนตรีให้ดีได้อยู่

แต่สิ่งที่เราต้องกังวลก็คือ ธรรมชาติของแบรนด์พวกนี้ก็คือ ขายหลักสูตรและการจัดการให้กับพวกมีเงินเปิดโรงเรียน แต่ไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันถ้าเปิดเองลงทุนเอง ก็เน้นขยายกิจการไปเยอะๆ เพื่อเน้นการตลาด

ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจอเลยก็คือ โรงเรียนดนตรีมีแบรนด์เหล่านี้ จะเก็บครูดีๆ ไว้ไม่ค่อยได้ การหมุนเวียนครูของแต่ละที่จะสูงมาก อายุงานของครูเฉลี่ยประมาณ 1 ปี มีหลายสาเหตุครับที่เก็บครูกันไว้ไม่ได้ แต่ก็มีพวกฟรีแลนซ์ หรือพวกทำงานปกติ แล้วมาเป็นครูช่วงเสาร์อาทิตย์ก็มี พวกนี้นี่อยากเป็นครูสอนจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่มักเจอกันเป็นประจำคือ เรื่องความยืดหยุ่นของเวลาเรียน แน่นอนโรงเรียนพวกนี้จะมีระบบอย่างมาก ถ้าเราลงเวลาเรียนเอาไว้แล้ว ไม่มาเรียนตามกำหนดนัด โอกาสที่จะถูกตัดเวลาเรียนนั้นไปเลยมีค่อนข้างสูง บางโรงเรียนธุระการด้านหน้านั่นแหละครับตัวแสบ เราไม่มาก็ตัดเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองซะอย่างนั้น

สิ่งหนึ่งที่เรามักจะเจอก็คือ เราจะเรียนดนตรีอะไรก็แล้วแต่ ทางโรงเรียนจะคะยั้นคะยอ หรือใช้ครูมาบังคับเด็กให้ซื้อเครื่องดนตรีจากโรงเรียนเท่านั้น เรื่องนี้แก้ไม่หาย และยังฝังหัวอีกว่าแบรนด์นี้เท่านั้นที่เป็นสินค้าดี แบรนด์อื่นมีปัญหาหมด ทำให้เด็กและผู้ปกครองโลกแคบกันไปเลยทีเดียว

ยังไม่พอเรื่องตำราเรียน อันนี้บังคับซื้อกันแบบยกชุดก็มี เรียนถึง เรียนไหวหรือเปล่า ไม่ต้องถามกัน เหมาซื้อกันไปเลย และตำราเรียนดนตรีไม่ใช่เล่มละถูกๆ ก็ต้องจ่ายกันไป

เล่ห์เหลี่ยมที่เราจะเจอยังมีอีก นั่นคือ การสมัคร ต้องมีค่าสมัครแรกเริ่มหรือไม่ ถ้ามีอันนี้ก็น่าเจ็บปวดพอสมควร เหมือนเราไปง้อยังไงอย่างงั้น ต่อด้วยจะต้องลงคอร์สขั้นต่ำกี่คอร์ส อันนี้มีความหมายพอสมควร เงื่อนไขนี้แล้วแต่วิชาที่เรียนด้วยนะครับ เปียโนอาจจะอย่างหนึ่ง กีตาร์อาจจะอีกอย่างหนึ่ง

คราวนี้มาดูกันว่า การสมัครคอร์สขั้นต่ำนี่จะมีความหมายอะไร เพราะแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน แถมโรงเรียนเดียวกันยังขึ้นกับสถานการณ์การเงินในแต่ละช่วงอีกด้วย เช่น ช่วงนั้นการเงินยอบแยบ กลัวคนไม่มาเรียนอาจจะเก็บคอร์สสั้นๆ เอาสักหนึ่งหรือสองคอร์ส แต่ถ้าเริ่มไม่ง้อลูกค้าอาจเก็บสักสามคอร์สขึ้นไป

แน่นอนครับการเก็บคอร์สยาวในช่วงเริ่มต้นนั้นผู้ปกครองลำบากแน่ครับ ต้องเอาเงินก้อนมาจ่ายเพื่อให้ลูกเรียนเปียโน แถมยังทำให้ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจได้เลย หากเรียนไปแล้วไม่ชอบ อาจต้องทนเรียน ทนเบื่อกันต่อไป ลากกันไปทั้งพ่อแม่ลูก เรียนดนตรีครั้งนี้อาจไม่มีความสุขได้

ผมแนะนำตรงนี้เลยนะครับว่า อย่าเพิ่งไปติดแบรนด์ ดูว่าเขาจะเอาใครมาสอนเปียโนลูกเรา ประสบการณ์เขาขนาดไหน สอนมาแล้วกี่ปี มีคอร์สทดลองหรือเปล่า ลงไปนั่งสักครึ่งชั่วโมงก็จะรู้ว่าครูคนนั้นเคมีเข้ากับลูกเราหรือเปล่า เสร็จแล้วเครื่องดนตรีเราซื้อเองได้ไหม หนังสือเรียนบังคับกันหรือเปล่า ต้องลงคอร์สยาวขนาดไหน ฯลฯ คุยให้จบเลยทีเดียว จะได้หายคาใจ เพราะลูกเรายังต้องเรียนอีกนานหลายปี

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เลือกครูเปียโน ที่มาและค่าจ้างต้องละเอียด



โดย พ่อน้องเพลิน


ได้เปียโนไปแล้ว จ้างครูมาสอนที่บ้านก็เงื่อนไขเยอะ แต่ถ้าครูเก่งแล้วยอมมาสอนที่บ้านก็โอเคเลยนะครับ ส่วนใหญ่ครูเก่งๆ ก็ราคาแพงตามมา ผมแยกแยะประมาณนี้นะครับ ถ้าไปเรียนดนตรียังสถาบันทั่วไป ราคาเฉลี่ยประมาณ 600 บาทต่อชั่วโมง ถ้าจ้างครูมาสอนตามบ้านก็เริ่มต้นที่ 1,000 บาทต่อชั่วโมง

ยิ่งเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะสมัยเมื่อ 10 ปีที่แล้วครูดนตรีไม่ใช่หาง่ายๆ เพราะมหาวิทยาลัยที่ผลิต คนดนตรีออกมาสู่ตลาด ยังน้อยกว่าผลิตหมอเลยครับ ดังนั้นครูดนตรีหนึ่งคนบางทีรับผิดชอบเด็กเป็นร้อยต่อสัปดาห์ก็มี แต่ขณะเดียวกันค่าเรียนก็ไม่สูงมากนัก

แต่เดี๋ยวนี้ครูดนตรีเยอะขึ้น เพราะมีหลายมหาวิทยาลัยเปิดสอน แถมยังมีมหาวิทยาลัยดนตรีโดยเฉพาะขึ้นมา คราวนี้บุคลากรเราเดินกันล้นตลาด มีให้เลือกเยอะเลย แต่ในทางกลับกันผู้ปกครองเราก็อยากได้ครูที่ผ่านมหาวิทยาลัยดนตรี เนื่องจากมีทัศนคติว่า พวกนี้ต้องเก่งแน่ๆ และตั้งใจอยู่กับวงการนี้จริงๆ

เท่าที่สำรวจตลาดค่าตัวครู ผมไม่รู้ว่าด้วยความคิดและทัศนคติเช่นนี้หรือเปล่า ทำให้เด็กที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยดนตรีเหล่านั้น ขึ้นค่าตัวเป็นระดับ 1,000 บาทต่อชั่วโมงกันไปเรียบร้อยแล้ว โดยให้เหตุผลว่า กว่าจะมาถึงขั้นนี้ต้องใช้เงินลงทุนเรียนไปเยอะมาก ถึงเวลาต้องถอนทุนคืน

ดังนั้นพวกที่สอนมาเป็นสิบๆ ปี ก็ต้องเจอสถานการณ์ค่าแรงชนเพดาน นั่นคือ ข้างล่างดันมาจ่อแล้ว แต่ขณะเดียวกันจะเขยิบค่าตัวของตนเองขึ้นไป ก็ต้องตั้งราคาสูง พ่อแม่ทั้งหลายก็จะไม่ยอมจ่ายไปมากกว่านี้ ตลาดตรงนี้ถือว่าเดือดมากเลยครับ

คำถามก็คือ แล้วจะเลือกครูจากที่ไหนดีมาสอนที่บ้าน ผมให้สังเกตอย่างนี้ครับ ถ้าเอานักเรียนที่ยังเรียนไม่จบ แล้วเรียกราคาแพง ถ้าคุณพอใจฝีมือก็จัดไปไม่ต้องลังเล แต่ถ้าจะเอาครูรุ่นเก่า เอาแบบมีดีกรีจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ อันนี้ต้องทำความเข้าใจกันอีกนิด ตามมาครับผมจะบอก

สมัยก่อนมี 3 มหาวิทยาลัยที่ผลิตดนตรี แต่ผลิตคนดนตรีที่แตกต่างกัน ผมขอไม่ระบุชื่อสถาบันไปตามหากัน เอาเอง มหาวิทยาลัยแรก เป็นหลักสูตร ครูดนตรี เรียกง่ายๆ ว่าเป็นคุรุศาสตร์ อันนี้ต้องบอกว่าตอนนั้นเข้ายากสุด และสอนให้ออกมาเป็นครูดนตรีที่ดีเลย ถ้าเจอสถาบันนี้ให้คว้าไว้ก่อน



อีกสองสถาบัน แห่งหนึ่ง เป็นหลักสูตรศิลปกรรม พวกนี้เรียนเพื่อเป็นศิลปินจริงๆ ออกแนวติ๊ดๆ พูดง่ายๆ เรียนเพื่อจะมาเล่นเป็นอาชีพ อีกสถาบันหนึ่งประเภทกึ่งๆ เรียนมาเพื่อเป็นคนเบื้องหลัง Compose บ้าง แต่งเพลงบ้าง รับใช้อุตสาหกรรมดนตรีมากกว่า แต่ฝีมือและความเป๊ะนี่สุดยอด ดังนั้นบุคลิกจะแตกต่างกัน สองอันหลังถ้าให้เลือกผมเลือกอันสุดท้ายครับ

ดังนั้นการสอบถามที่มา สอบถามประวัติของครู จะรู้ค่าย รู้สำนัก รู้วิธีการรับมือครูในระยะยาว และได้รู้ว่าลูกเรากำลังเดินไปทางไหนด้วย ต้องละเอียดนิดนึงนะครับ

พาครูเปียโนมาสอนที่บ้าน ข้อดีและข้อเสียที่ต้องตระหนัก



โดย พ่อน้องเพลิน



พาไปซื้อเปียโนกันแล้ว จำเป็นนะครับเพราะเรียนเปียโนถ้าไม่มีเปียโนซ้อม รับรองเรียนไปไม่ถึงไหนแน่ คราวนี้ผมจะพาไปลงเรียนเปียโนกัน

อย่างแรกคำถามก็คือ จะพาไปเรียนที่โรงเรียนดนตรี หรือว่าจะเอาครูมาสอนที่บ้านดี???

จากประสบการณ์ของผม การไปเรียนที่โรงเรียนดนตรีเด็กจะเรียนได้เร็วกว่าเอาครูมาสอนที่บ้าน มีหลายสาเหตุครับ จากการถามครูดนตรีที่ไปสอนตามบ้านและสอบถามผู้ปกครองทั้งหลายพบว่า ปัญหาที่เลือกสอนที่บ้านมีตั้งแต่ ครูจะมาสอนไม่ตรงเวลา ซึ่งเป็นไปได้หลายกรณี ตั้งแต่ครูสอนเด็กคนอื่นติดกับลูกของเรา และเวลาเดินทางมันอาจเกิดปัญหา ประมาณว่าทั้งจราจรและคิวมันแน่นเกินไป

ที่เจอบ่อยๆ ก็คือ ลูกติดพัน สอนหนึ่งชั่วโมงแต่จริงๆ แล้วมันเกินเวลา ผู้ปกครองบางคนอาจจะคิดว่า น่าจะได้กำไร เพราะได้เวลาของครูมาเพิ่ม ห้ามคิดอย่างนั้นเด็ดขาดนะครับ เพราะเรื่องอย่างนี้มีได้มีเสีย

อีกเคสหนึ่งที่เจอก็คือ บรรยากาศที่สบายๆ ของบ้านทำให้เด็กดูไม่จริงจัง ผมเจอเคสอย่างนี้ครับ เชิญครูมาสอนที่บ้าน พ่อแม่ก็ต้องเตรียมขนมนมเนยไว้ให้ครู ครูไม่ทานไม่ได้ เสียเวลาทานไปอีกเท่าไหร่ ลูกเราเรียนวิ่งไปสั่งคนนั้นคนนี้ บางประสบการณ์นี่ครูกลายเป็นคนใช้ของบ้านไปเลยก็มี เด็กบอกว่าอย่าไปเป็นครูเลย มาเป็นพี่เลี้ยงหนูเถอะ โดยเฉพาะไปเจอบ้านที่ตามใจลูกเป็นอันจบ วิชาเปียโนไม่ต้องสอนกันพอดี

เรื่องครูมาสอนไม่ตรงเวลานี่หลายคนเจอมาเยอะนะครับ ยิ่งครูที่วิ่งรอก หรือครูที่มีงานประเภทต้องไปแสดงที่ไหนๆ อยู่แล้ว โอกาสที่จะยกเลิกการสอนมีสูงมาก การที่เรียนไม่ต่อเนื่องนี่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กนะครับ ผมเตือนไว้ก่อน

การจัดสรรเวลาที่ไม่ลงตัวอาจทำให้ผู้ปกครองยุคใหม่อย่างพวกเราหงุดหงิดใจได้ครับ เพราะจริงๆ ลูกเราจะเสียโอกาสอย่างมาก จะไปเล่นกีฬาก็ไม่ได้ จะนัดติวอะไรอย่างอื่นก็ไม่ได้ แต่สุดท้ายมายกเลิกคิวซะงั้น จบกัน

อีกประการหนึ่งก็คือ การสอบ การเรียนกับครูที่บ้าน ครูจะไม่เน้นการสอบเท่าไหร่ ไม่เหมือนโรงเรียนที่จะพยายามทำให้เด็กเข้าเกณฑ์การสอบให้มากที่สุด ถ้าเราเพียงแค่อยากให้ลูกเล่นเป็น มีความสุขกับการเล่น ไม่เน้นต้องไปแข่งขันหรือไปเป็นครูในอนาคต เรื่องสอบไม่สำคัญ ก็คงต้องจ้างครูมาสอนตามบ้านไปเรื่อยๆ บางทีสอนกันเป็นสิบๆ ปีก็มี อันนี้เราต้องเข้าใจกันไว้ก่อน

ข้อดีอย่างหนึ่งของครูสอนเปียโนตามบ้านก็คือ เราจะรู้จักครูเป็นอย่างดี ครูจะเป็นเหมือนคนในครอบครัวของเราต่อไปในอนาคต ดังนั้นต้องเลือกให้ดี ถ้ามีลูกสาวก็อย่าเลือกครูดนตรีที่เป็นผู้ชายวัยรุ่นซะหละ หรือถ้ามีลูกชายถ้าไม่หวงก็แล้วไป ไม่งั้นจะเหมือนในหนังคลาสสิคกันได้ การสอนมันใกล้ชิด และดนตรีมันเอื้อกับอารมณ์หลายอย่าง ตอนเด็กๆ ก็ไม่เท่าไหร่ ตอนโตขึ้นแล้วมันก็อีกเรื่องหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งก็คือ การสอนตามบ้านมันใช้เวลานาน ดังนั้นเราคงไม่อยากจะสอนๆ ไปแล้วต้องมางานศพกันทีหลัง ดังนั้นการเลือกครูต้องมองระยะยาวกันไปเลย ถ้าได้ครูวัยประมาณสามสิบต้นๆ นี่กำลังดี ยิ่งถ้ามีครอบครัวแล้วยิ่งดีเลยครับ

จุดหนึ่งที่ใครหลายคนอาจทักท้วงว่า การมีครูคนเดียวมันไม่ดีนะ ผมก็เชื่ออย่างนั้น เพราะถ้าครูคนนั้นสอนผิด ตั้งแต่การวางมือ รับรองอนาคตของลูกเราเป็นอันจบกัน และผมเชื่อว่าครูจะถนัดสอนพื้นฐานกับขั้นสูงแตกต่างกัน ดังนั้นนี่คือจุดอ่อนของครูตามบ้าน

วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

เลือกซื้อเปียโนให้ลูก โจทย์สุดท้ายที่ต้องตอบ


โดย พ่อน้องเพลิน

ในเมื่อเปียโนไฟฟ้าหาซื้อง่าย และคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ แต่คนก็ยังโหยหาเปียโนของแท้ แน่นอนคุณภาพเสียงและระบบสัมผัสมันดีกว่า แต่ขณะเดียวกันเปียโนธรรมดามันยังแพงอยู่ ไปหาของมือสองก็พบว่าเดี่ยวนี้แม้แต่ร้านดังๆ ก็ยังมีการย้อมแมว

แนะนำว่าเวลาไปซื้อ หากไปกับลูกอย่าตามใจลูก ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ว่ารุ่นนี้มันทำอะไรได้ สุดท้ายไปฟังเสียง อย่าหลงเชื่อพนักงานขาย ทางที่ดีพาครูดนตรี หรือคนที่รู้ไปซื้อด้วย เพราะราคามันแพงครับ

ครูหรือคนที่อยู่ในวงการจะฟังบุคลิกของเปียโน หรือเครื่องดนตรีรุ่นนั้นๆ ออก ว่ามันให้เสียงแบบไหนออกมา ผมเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้เล่นดนตรีแบบที่เขาว่า งูๆ ปลาๆ แต่ความที่ต้องหาเครื่องดนตรีให้ลูกตลอดเวลา ทำให้ตอนนี้ผมกลายเป็นหูเทพไปแล้ว ฟังจนรู้ว่าเครื่องดนตรีแบบนี้ให้เสียงแบบไหน

เมื่อคุณฟังเสร็จ ดูข้อมูล รู้ราคา อย่าเพิ่งตัดสินใจ กลับไปนอนคิดที่บ้าน ปรึกษาแฟน หรือคนใกล้ชิด อย่าปรึกษามาก คิดให้ดีๆ เพราะเปียโนมันแพงนะครับ เมื่อตกผลึกแล้วค่อยตัดสินใจ ที่สำคัญอย่าคิดว่าคุณฟังตัวนี้แล้วชอบเลย ซื้อซะ จริงๆ แล้วถ้าคุณได้ฟังหลายๆ ตัวคุณอาจชอบมากกว่านี้

ทางที่ดีหากคุณอยากให้ลูกเรียนเปียโนตอน 4-5 ขวบ ตอนลูกอายุสัก 3-4 ขวบ คุณก็ต้องตระเวนศึกษาเปียโนที่อยู่ในท้องตลาดได้แล้ว นอกจากหาแหล่งขาย หาคนซ่อม คนจูนเครื่อง พร้อมกันนั้นก็หาครูไปด้วยในตัว จะเอาครูมาสอนที่บ้าน (อันนี้ผมไม่แนะนำ) หรือจะไปเรียนที่โรงเรียนไหน อย่าตัดสินใจปุ๊ปปั๊ปเป็นอันขาด เช่น วันศุกร์ลูกบอกอย่ากเรียนเปียโน วันเสาร์เข้าไปสมัครเรียนเลย การไม่เตรียมการเช่นนี้ทำให้การวางแผนระยะสั้นอาจสะดุดได้

แต่ถ้าเริ่มต้นด้วยเปียโนไฟฟ้า แล้วค่อยๆ ศึกษาวิชาเปียโนแบบผมก็ว่าไปอย่าง ค่อยๆ ดู ค่อยเลือก มีเงินค่อยซื้อไม่มีเงินก็ใช้ตัวเดิมไปก่อน หากได้เปียโนจริง แล้วขายเปียโนไฟฟ้าทิ้งก็ไม่สาย

อีกวิธีหนึ่งที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ก็คือ ในคนที่มาเรียนเปียโนทั้งโรงเรียนของลูกๆ เรา และจากคนรอบตัวที่เรารู้จัก คิดว่าเราน่าจะมีข้อมูลได้บ้างว่า ใครที่ซื้อเปียโนมือหนึ่งมาไว้ในครอบครองบ้าง ทำช็อตลิสต์ไว้เลยนะครับ ผมเชื่อว่าครึ่งหนึ่งของพวกที่ซื้อให้ลูกจะอยากขายเปียโนทิ้ง

สาเหตุไม่มีอะไรมากครับ เพราะคนเรียนเปียโนกว่าครึ่งมีสิทธิ์ถอดใจ และการซื้อมาแล้วไม่เล่น ตั้งไว้เป็นเฟอร์นิเจอร์มันมีแต่ค่าใช้จ่าย ดังนั้นโอกาสที่เขาจะขายทิ้งมีความเป็นไปได้สูง ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนกันและมีลูกแย็ปกันไว้ตลอดว่า ถ้าไม่เล่นผมขอซื้อนะ วิธีนี้ก็จะทำให้เราได้ของดีราคาไมแพงมาใช้ก็ได้

ส่วนคนที่ตัดสินใจซื้อเปียโนมือหนึ่ง และเป็นเปียโนตัวแรกของครอบครัว ประการแรกผมยินดีด้วยครับ ประการสองผมอยากบอกว่า เปียโนแต่ละประเทศจะมีเอกลักษณ์ของตนเอง เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นนั้นจำไว้เลยว่า มันคือตัวที่เปล่งภาษา ภาษานั้นสากลแต่สำเนียงนั้นขึ้นกับคนผลิต เปียโนบางประเทศโดยเฉพาะพวกยุโรปตะวันออก สำเนียงเสียงจะดุดัน ถ้าเป็นสำเนียงเอเชีย จะเน้นเสียงกลางๆ แบบว่า ใครก็เล่นได้ เล่นง่าย เพราะเหตุผลทางการค้า

เปียโนหลักๆ จะใช้ไม้ และเครื่องมือกลไกภายใน ไม้จากยุโรปหากมาจากยุโรปจะเน้นไม้ที่แห้ง และมีอายุของต้นที่ยาวนาน เพื่อที่จะทำให้เวลาเคลื่อนย้ายไปยังประเทศที่มีอุณหภูมิที่แตกต่าง ความยืดหดของไม้จะไม่ทำให้เสียงของเปียโนเพี้ยนไป แต่สำหรับเปียโนของแบรนด์เอเชีย ก็มีการคุยทับกันว่ามาตรฐานการผลิตค่อนข้างดี และถ้านำมาใช้ในบ้านเราจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ดังนั้นแบรนด์ส่วนใหญ่ก็จะมีหลักๆ อยู่ในกี่แบรนด์

ถามว่าแบรนด์ไหนดีกว่าใคร ผมเลิกดูตรงนั้นไปนานแล้ว พาผู้รู้ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ไปด้วย เลือกเสียงที่ใช่ เลือกสไตล์ที่ชอบ ถ้าเงินถึง หรือมีโปรโมชั่นพิเศษ ก็อย่าลังเล พอซื้อมาแล้วก็ไม่ต้องไปสนใจตัวอื่นเลยครับ เล่นตัวที่เรามีอยู่ให้ดีที่สุด ให้คุ้มกับที่ซื้อมันมา

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

เลือกซื้อเปียโนอัพไรต์ให้ลูกเรียนเปียโน

โดย พ่อน้องเพลิน



สำหรับคนที่ตัดสินใจซื้อเปียโนไฟฟ้าให้ลูกไว้ใช้เรียนเปียโน ผมว่าชอตแรกน่าจะจบ คราวนี้มาวัดใจว่าจะได้เปียโนไฟฟ้าดีๆ ไปใช้งานหรือเปล่า??? ถ้าได้ตัวดี ไม่งอแง แป้นคีย์น้ำหนักดี เสียงโอเค ผมถือว่าคุณโชคดีมาก เปียโนไฟฟ้าจะอยู่กับคุณได้อย่างน้อย 5-10 ปีเลยครับ

ผมเคยพูดกับลูกผมว่า ผมไม่มีเงินซื้อเปียโนจริงให้ ใช้เปียโนไฟฟ้าไปก่อน แล้วถ้าหนูเรียนเก่งเมื่อไหร่ หาเงินเองได้ หนูก็เก็บเงินซื้อเปียโนจริงเองเลยนะ ซึ่งคุณลูกผมก็รับปาก ถึงวันนี้ยังไม่ร้องหาเปียโนจริงเลย แม้ผมจะเคยแย็ปไปหลายครั้งก็ตาม

คราวนี้ถ้าคุณมีเงินพอ จะซื้อเปียโน ซึ่งเปียโนอัพไรต์คือเปียโนที่ครอบครัวชั้นกลางขึ้นไปนิยมซื้อ ผมก็แนะนำให้ตัดสินใจซื้อเลย

สาเหตุที่ผมบอกเช่นนั้น เพราะว่า เปียโนอัพไรต์ที่ดี แม้เราจะซื้อมาไว้ที่บ้าน วันดีคืนร้ายลูกเราเบื่อไม่อยากเล่น ไม่อยากเรียน ก็ยังขายต่อไปได้ ราคาไม่ตก บางทีขายได้ราคาดีกว่าเดิม ถ้ารุ่นนั้นดี เป็นที่นิยม และเราดูแลเอาไว้อย่างดี

ที่บอกว่าดูแลอย่างดีนี่ ต้องหมายถึง เล่นมันด้วยนะครับ เพราะเปียโนยิ่งเล่นเสียงจะยิ่งดี เปียโนที่ซื้อมาเก็บไม่ยอมเล่น จะเป็นเปียโนตายครับ

โอเค ตัดสินใจซื้ออัพไรต์กัน ว่าแต่จะซื้อมือหนึ่งหรือมือสองดีหละครับ ในโฆษณาบางทีมีแบบให้เช่าด้วยนะครับ

จริงๆ แล้วเปียโนมือสองในบ้านเรามีร้านจำหน่ายเยอะมาก ถ้าเดินไปตามร้านพวกนี้เขาจะบอกว่า เป็นเปียโนจากญี่ปุ่น เนื่องจากพวกญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เปลี่ยนเปียโนบ่อย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่เขาให้เหตุผลว่า บ้านเขาผลิตได้เอง เมื่อมีรุ่นใหม่เข้ามาในตลาด เขาก็เปลี่ยนรุ่นกันเหมือนมือถือ หรือรถนั่นแหละครับ

เสร็จแล้วเขาก็ขายทิ้ง เพราะจะเก็บเอาไว้ที่บ้านคงไม่ไหว พื้นที่บ้านเขาน้อยครับ

เรื่องมันอยู่ตรงนี้แหละครับ เพราะหลายครั้งที่ผมไปเดินร้านขายพวกนี้ จะเห็นรุ่นเกือบใหม่มีมาวางขายแล้ว เฮ้ย มันจริงหรือนี่ แล้วราคาที่ขายก็ลดลงจากมือหนึ่งประมาณ 30-40%

ราคาโดยเฉลี่ยของเปียโนอัพไรต์มือสองก็คือ หนึ่งแสนถึงหนี่งแสนห้า ถ้ามีเงินเท่านี้ก็ซื้อได้เลย แต่ช้าก่อน

หลังจากที่ผมเช็คและตรวจสอบมาอย่างดี ช่วงนี้กลับมีข่าวลือหนาหูว่า เปียโนพวกนี้เป็นพวกย้อมแมวขาย อ้าว ทำไมเป็นงั้นหละ คือแหล่งข่าวจากแถวท่าเรือระยองบอกผมมาว่า เขาจะยัดชิ้นส่วนเปียโน ขอย้ำว่าชิ้นส่วนนะครับ ไม่ใช่เปียโนเป็นหลัง ใส่โกดังมากองอยู่เต็มเลย

ที่ต้องเป็นชิ้นส่วนแบบแยกมาก็เพราะว่า ตัวเปียโนประกอบเสร็จจะกินพื้นที่เรืออย่างมาก ค่าบรรทุกคงไม่คุ้มจะนำเข้ามาทั้งเครื่อง ปัญหามันอยู่ตรงนี้ นั่นคือ พวกนำเข้าก็ไม่มีความรู้ พวกประกอบนี่ก็ไม่ได้ทำเหมือนกับรถยนต์นำเข้า ที่จดประกอบ นั่นคือ แยกชิ้นส่วน แต่ยังเป็นของรถคันนั้นอยู่ แต่เปียโนไม่ เปียโนเมื่อประกอบเสร็จจะไม่ใช่ตัวเดิมของมันอย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่ซื้อแล้วได้ตัวเดิมของมันถือว่าโชคดีสุดๆ

ข่าวแจ้งมาว่า ตอนนี้ร้านเล็กร้านน้อยที่ขายเปียโนมือสองเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำเช่นนี้ ดังนั้นจะซื้อเปียโนมือสองต้องได้ร้านที่แน่ใจว่า ไปดู ไปเลือกเปียโนมือสองโดยตรงจากญี่ปุ่น และนำเข้ามาเองไม่ผ่านเอเย่นต์แยกประกอบ อาจเสียราคาแพงหน่อย ก็ไว้ใจได้มากกว่า แต่สุดท้ายความไว้ใจก็สู้เอาใบเซอร์เครื่องมาดูไม่ได้ แล้วเราเช็คหมายเลขกันให้ครบไปเลยดีกว่า จะได้สบายใจ

แหม แค่ดูอย่างเดียวยังวุ่นขนาดนี้ ครั้งหน้าเรามาอัพไรต์กันต่ออีกนิดนะครับ ก่อนจะเข้าเรื่องเรียนเปียโน